ประมาทร่วม! พ่อสุดงง ทั้งที่เป็นฝ่ายสูญเสีย ลูกชายกลับโดนข้อหาด้วย

จากกรณีนายโชคชัย ใบยพฤกษ์ อายุ 36 ปี ชาวจ.ร้อยเอ็ด นอนกลางแยกรัชโยธินเมื่อคืนวันที่ 3 ธ.ค. ขอความเป็นธรรมให้นางดวงใจ ใบยพฤกษ์ อายุ 33 ปี ภรรยา ที่ซ้อนท้ายรถจยย. ลูกชายถูกรถประจำทางสาย 39 ของขสมก. ทับเสียชีวิตแต่คดีไม่มีความคืบหน้า เหตุเกิดแยกรัชโยธิน เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ที่ผ่านมา ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2563 ที่สน.พหลโยธิน นายปิยณัฐ สุกยัง เลขาธิการเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมด้วยนายโชคชัย ใบยพฤกษ์ สามีผู้เสียชีวิต และลูกชายวัย 17 ปี คนขับรถจยย. ในวันเกิดเหตุ เข้าพบพนักงานอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา

ทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหา “ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” ข้อหา “ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่” ข้อหา “ใช้รถที่ไม่มีประกันรถภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ.รถ” และ ข้อหา “ขับรถโดยไม่สวมหมวกนิรภัย” รวม 4 ข้อหา แกลูกชายอายุ 17 ปี ซึ่งเป็นผู้ขับขี่จยย. ในวันเกิดเหตุ

ส่วนคนขับรถ ขสมก. เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” ไปแล้วเมื่อวานนี้ ซึ่งการแจ้งข้อหากล่าวหากับทั้งพนักงานขับรถประจำทาง และเยาวชนชาย อายุ 17 ปี สาเหตุที่ล่าช้า เนื่องจากต้องรอผลชันสูตรพลิกศพจากนิติเวชที่ใช้ในการประกอบสำนวนเพื่อส่งศาล เพิ่งส่งมาให้กับพนักงานสอบสวน

นายโชคชัย กล่าวว่า ตนไม่ทราบเรื่องของกฎหมายเท่าที่ควร รู้แค่เพียงว่าวันนี้ตำรวจให้นำตัวลูกชายมารับทราบข้อหา ส่วนในเรื่องของการเจรจาเมื่อวานเรื่องเงินเยียวยาต่าง ๆ ต้องขอบคุณสื่อมวลชนที่ทำให้ได้รับความเป็นธรรม แต่ตนก็มองว่าการที่ลูกชายถูกแจ้งข้อหานั้นไม่เป็นธรรมทั้ง ๆ ที่ฝ่ายตนเป็นฝ่ายที่สูญเสีย

ด้านนายปิยณัฐ เปิดเผยว่า ตนมาดูแลและให้คำปรึกษาในเรื่องของกฎหมายต่าง ๆ โดยเบื้องต้นคดีนี้ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหากับทั้งสองฝ่าย ซึ่งในทีแรกมีข้อสงสัยว่าได้มีการแจ้งข้อหาคนขับรถโดยสารประจำทางด้วยหรือไม่ ซึ่งวันนี้ก็ทราบว่ามีการแจ้งข้อหาคนขับรถเมล์ไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว

ซึ่งการพิจารณาคดีก็จะมีความแตกต่างกัน เนื่องจากของเยาวชน 17 ปี ก็จะมีความซับซ้อน จึงต้องเข้าไปดูแลและให้คำปรึกษา ส่วนในเรื่องของคดีก็เป็นเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องไปสู้กันในชั้นศาล ซึ่งแต่ละฝ่ายอาจจะมองว่าตนไม่ได้ประมาทแต่ก็ต้องไปนำเสนอกันในศาล และศาลก็จะเป็นผู้พิจารณาเอง

หากจะเรียกร้องในเรื่องของเงินเยียวยาต่อก็ต้องไปสู่ขั้นตอนของศาลแพ่ง สำหรับคดีนี้ก็ถือได้ว่ามีความคืบหน้าหลังมีการร้องผ่านสื่อมวลชนไป เนื่องจากมีการสรุปสำนวนอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

แหล่งที่มา : ข่าวสด

About เจมส์ แอดมินเว็บ

View all posts by เจมส์ แอดมินเว็บ →

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *