หมอสาวขอหยุดปฏิบัติงานเล็งย้าย รพ. ผอ.ยันช่วยถึงที่สุดปั๊มหัวใจสู้50นาที

จากกรณีกลุ่มวัยรุ่นซอยมหาวงษ์ ยกพวกรุมทำร้ายแพทย์หญิงและบุรุษพยาบาลภายในห้องฉุกเฉินรพ.วิภาราม ชัยปราการ หลังไม่สามารถยื้อชีวิตนายรัชต์พงษ์ หรือคิว วาสนา อายุ 23 ปี ที่ถูกกลุ่มวัยรุ่นซอยโรงเหล็กแทงไหปลาร้าจนเสียชีวิต ก่อนขาดสติพากันบุกทำร้ายกลุ่มคู่อริที่กำลังพักรักษาอาการบาดเจ็บภายใน รพ. เมืองสมุทรปู่เจ้าสมิงพราย จนเป็นเหตุให้สถานพยาบาลและเครื่องมือทางการแพทย์ได้รับความเสียหาย ตามที่เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น

คืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 ก.ค. ที่โรงพยาบาลวิภาราม-ชัยปราการ จ.สมุทรปราการ พล.อ.ท.นพ.ชูพันธ์ ชาญสมร ผอ.รพ.วิภาราม-ชัยปราการ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องยอมรับว่าเป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ซึ่งแนวทางการปฎิบัติของเจ้าหน้าที่ก็ทำตามมาตราฐานสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งแพทย์หญิงธนิกานต์ สู่พานิช ซึ่งเป็นผู้ทุ่มเทในการช่วยเหลือ

โดยช่วยยื้อชีวิตให้ 50 นาที หลังไม่มีชีพจรก่อนมาถึงโรงพยาบาล จากนั้นคุณหมอไปบอกทางญาติว่าไม่สามารถช่วยเหลือได้ก่อนได้รับการร้องขอให้ช่วยเหลืออีกครั้งก็กลับไปลงมือช่วยเหลือต่อ โดยทีมงานก็ไม่ได้หยุดและช่วยเหลือกันอย่างสุดความสามารถแต่ก็ไม่เป็นผล ระหว่างนั้นทางญาติได้ออกไปบอกกับกลุ่มวัยรุ่นที่อยู่ด้านนอกว่าผู้ป่วยได้เสียชีวิตแล้ว จนกระทั่งมีวัยรุ่นเข้ามาในห้องฉุกเฉินพร้อมถามว่า “ไหนใครเป็นคนบอกว่า เสียชีวิตก่อนมา” ซึ่งคุณหมอเป็นคนซื่อๆจึงตอบไปว่า “หมอเองค่ะ” ก่อนโดนทำร้ายร่างกาย

พล.อ.ท.นพ.ชูพันธ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้คุณหมออยู่ในอาการขวัญหนีดีฟ่อ และยังไม่ได้กลับมาปฎิบัติ อีกทั้งยังไม่แน่ชัดว่าจะกลับเข้ามาทำงานภายในสถานที่นี้อีกหรือไม่ เนื่องจากเกรงกลัวว่ากลุ่มวัยรุ่นจะกลับมาทำร้ายอีก โดยเบื้องต้นตนให้หยุดพักงานอย่างเต็มที่ไปก่อนพร้อมทั้งพยายามปลุกขวัญกำลังใจเพราะเป็นสิ่งสำคัญ

ซึ่งหลังจากนี้กรมสุขภาพจิตจะลงพื้นที่มาช่วยกันดูแล ส่วนบุคลากรที่ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย ยังคงต้องสร้างขวัญและกำลังใจเช่นกัน ซึ่งสิ่งที่ทำให้บุคลากรทั้งหมดเกิดความเชื่อใจนั้นต้องสร้างความเชื่อมั่นว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะต้องไม่มีผู้ใดก่อเหตุในลักษณะเช่นนี้อีก และผู้กระทำต้องถูกลงโทษอย่างสาสม

พล.อ.ท.นพ.ชูพันธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางการป้องกันนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการได้ร่วมกันลงพื้นที่ภายในโรงพยาบาลเพื่อวางมาตราการการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก ตัวอย่างเช่นสัญญาณเตือนภัยเสมือนร้านทอง แต่คงไม่จำเป็นที่จะต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคิยดูแลอยู่ตลอดเวลา เพียงแค่เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้มากขึ้น

“ส่วนกระแสข่าวเรื่องแพทย์หญิงทำหนังสือขอย้ายส่งตัวไปปฎิบัติหน้าที่ประจำการยังสถานที่อื่นนั้นขณะนี้ยังไม่มีหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจน เพียงแค่ขอหยุดปฎิบัติหน้าที่ไปก่อน และใครจะเข้าขอพบก็ปฏิเสธเนื่องจากสภาพจิตใจย่ำแย่ สิ่งหนึ่งที่เราสบายใจคือเครือข่ายโรงพยาบาลวิภารามมีหลายแห่ง อาจจะเปลี่ยนสถานที่ทำงานให้กับคุณหมอเพื่อความปลอดภัยก็สุดแล้วแต่คุณหมอจะเลือก” ผอ.รพ.วิภาราม-ชัยปราการ กล่าว

About เจมส์ แอดมินเว็บ

View all posts by เจมส์ แอดมินเว็บ →

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *