เกือบ 3 ปีกับการเดินทางบนตัวอักษร…ประสบการณ์นักเขียนไร้นามกับอาชีพ “Content Writer”

สำหรับในสายอาชีพนักเขียนที่ดิฉันได้ไต่ระดับตัวเองขึ้นจนตอนนี้ก็เกือบจะครบ 3 ปีของการเป็นนักเขียนแบบไร้นาม ไม่มีแม้นามปากกาเป็นของตัวเอง จะเรียนว่าเป็นนักเขียนหรือนักขายตัวอักษรก็แล้วแต่จะนิยามกัน เพราะตอนนี้เห็นมีคนบางกลุ่มถกเถียงในเรื่องว่าเป็นนักเขียนหรือเป็นแค่ Ghost Writer อะไรก็ช่างหัวมัน จะเรียกตัวฉันว่าอะไรก็ช่างแต่งานที่ทำก็ขอบอกเลยว่ามันคือความรักในการเขียน ฉันจึงขอนิยามตัวเองว่า “นักเขียน” แม้จะไร้นามก็ตามที

ตั้งแต่การทำหน้าที่เป็น Content Writer (เขาเรียกกันแบบนั้น) ซึ่งส่วนใหญ่ลูกค้าที่เข้ามาจะเป็นกลุ่มที่้ต้องการทำเว็บไซต์หรือไม่มีความสามารถในการจัดสรรตัวอักษรให้สวยงาม จึงต้องหันมาพึ่งพา Content Writer แบบเราๆ เป็นตัวช่วย บทความที่สร้างสรรค์ขึ้น สิ่งหนึ่งที่อาชีพนี้ต่างเข้าอกเข้าใจกันเป็นอย่างดีคือ “ความไร้ตัวตน”

ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องบทความทั้งหมดมาเป็นของตัวเอง ทุกชิ้นงานที่ผ่านมือส่งต่อไปยังผู้ว่าจ้างคือลิขสิทธิ์ของทางเว็บไซต์ ไม่มีแม้นามปากกาให้ได้เห็น (นอกจากบางเจ้าใจดีหน่อยก็ปล่อยให้เราได้ประทับตาชื่อเสียงเรียงนามลงไปใต้บทความ) หลายคนอาจจะเคยผ่านหูผ่านตากับงานเขียนของพวกเรากันมาบ้างแล้วจากโลกออนไลน์มากมาย

แต่ไม่มีใครรู้หรอกว่านั่นมาจากนักเขียนคนนี้หรือคนใดคนหนึ่งที่กำลังนั่งมัวเมาพิมพ์เรื่องราวของตัวเองให้แก่เหล่า “นักอยากเขียน” ทั้งหลายได้ลองเรียนรู้

ไม่ได้บอกว่าตัวเองเก่งมาจากไหน เพราะเหนือฟ้าย่อมมีฟ้า และถือว่าตัวเองไม่ได้เก่งไปกว่านักเขียนที่ออกหนังสือกันเป็นเล่มๆ ในร้านขายแต่อย่างใด ทว่าเรามีหน้าที่ในการสร้างความสมบูรณ์แบบให้แก่เว็บไซต์ของลูกค้า – ถือว่าเป็นงานหลักที่ต้องทำ บางคนจะมีการแทรกคีย์เวิดลงไปในเนื้อหาด้วย จนถูกแย้งว่าพวกฉันนั้นหาใช่นักเขียนไม่ แต่เป็น SEO Content Writer ต่างหาก หาใช่นักเขียนเสียเมื่อไหร่…

ก็อย่างที่บอกไปว่าอะไรก็ช่างหัวมัน เพราะหน้าที่ของฉันไม่ได้เขียนบทความลงแค่ในเว็บไซต์ แต่มันเหมือนกับการทำงานแบบไม้จิ้มฟันยันเรือรบ ไม่รู้ว่าบทความเหล่านั้นจะถูกส่งต่อไปที่ไหนบ้าง เพราะบางครั้งฉันก็ได้ลงผลงานผ่านหนังสือพิมพ์เป็นครั้งคราว – นานๆ ครั้ง

ตอนนี้คนที่อยากหันมาทำอาชีพนักเขียน Content Writer มีอยู่เป็นจำนวนมาก การป้อนข้อมูลมากมายลงเว็บไซต์ในแต่ละวันจึงต้องพึ่งพาเราให้ได้บรรเลงผลงานของตัวเองกันแบบไม่ต้องพักมือ หลายคนวาดฝันว่ามันคืออาชีพที่สบาย นั่งทำงานอยู่บ้าน เคาะเแป้นพิมพ์ยิกๆ สักหน่อย ก็ได้เงินก้อนมาครองแล้ว

ในความจริงหน้าที่นี้หาใช่เรื่องง่ายไม่ การเป็น Quality Content Writer ที่ดีหาได้ยาก เรทราคาการรับงานไม่ได้แพงเสียอย่างที่คิด (นอกจากนัก Content Writer จะมีความสามารถในการเขียนที่ดี ก็ย่อมสามารถเรียกราคาได้มากกว่าในท้องตลอด) อย่าเพิ่งวาดฝันว่ามันจะได้เงินก้อนใหญ่ที่งดงาม การจะก้าวเข้าสู่วงการนี้หาใช่เรื่องง่ายไม่

เพราะด้วยเรทราคาที่เรียกได้ว่าต่ำในสายตาของนักเขียนระดับพระกาฬทั้งหลาย เราต้องนั่งพิมพ์แข่งกับเวลาเพื่อให้งานเขียนเสร็จเร็ว ยิ่งเร็วยิ่งได้เงินเยอะ แต่สำคัญที่สุดของผลงานที่ออกมาคือ คุณภาพที่ผู้ว่าจ้างจะต้องพึงพอใจและมีคุณค่ามากพอที่มันจะสามารถเรียก traffic จากกลุ่มผู้อ่านได้

อยากส่งกระบอกเสียงไปถึง “นักอยากเขียน” ทั้งหลายว่าหากรักอยากเขียนในช่วงเริ่มต้น จงตัดเรื่องรายได้ในหัวออกไปให้หมดสิ้นก่อน ประสบการณ์คือสิ่งที่มีค่ามากกว่าให้เราได้เก็บเกี่ยว มันจะเป็นตัวช่วยพัฒนาระดับความสามารถในงานเขียน บวกรวมกับความตังใจ ขยัน มุ่งมั่นและสรรหาความรู้จากแหล่งข้อมูลต่างๆ มาเขียนและสร้างเอกลักษณ์ให้กับตนเอง

สำหรับฉันแล้วการเขียนบทความตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ แม้งานเขียนของแต่ละคนจะมีลีลาทีเด็ดในการวาดลวดลายอักษรกันเป็นเอกลักษณ์สักแค่ไหน แต่เราจะต้องยึดอยู่บนหลักมาตรฐานของการเขียน – กล่าวคืองานเขียนท่องเที่ยวย่อมต้องใช้ภาษาที่ต่างไปจากงานเขียนเชิงวิชาการ หรืองานเขียนเปิดต้อนรับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ย่อมแตกต่างไปจากงานเขียนไลฟ์สไตล์ ทีเหลือก็คือการบรรจงใส่ไอเดียเด็ดของแต่ละคนเข้าไปตามความเหมาะสม

นักอยากเขียนทั้งหลายถึงกับตกตะลึงเมื่อได้ทราบเรทราคาอันต่ำเตี้ยเรี่ยดิน…แต่อยากจะบอกว่าตลอดช่วงเวลา 3 ปีที่่ผ่านมา เดินเข้าสู่การเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ พบเจอนักเขียนตัวจริงน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นแค่พวกนักอยากเขียนตามกระแสชั่วคราว หรือคนที่อยากได้เงินด่วนมาหมุน งานที่ออกมาจึงบอกได้คำเดียวว่า “กาก” และยากที่จะเอามาใช้งานในเชิงคุณภาพ

ไม่ได้ตั้งใจจะว่าใคร แต่ด้วยหัวใจที่รักงานเขียนเป็นอาชีพจนมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของลมหายใจของฉันไปแล้ว ประสบการณ์ที่ผ่านมาจากการลองผิดลองถูกในช่วงแรก โดยตัดเรื่องรายได้ออกไปก่อน มีลูกค้าทุกคนเป็นครูคอยติเตียนและรับคำวิจารณ์มาปรับปรุงงานของตัวเอง

เพราะไม่รู้ว่าจะไปเรียนวิชาเอกเหล่านี้ได้จากไหนนอกจากมหาวิทยาลัยที่ฉันเบนเข็มเดินหนีออกมา และก็ไม่คิดอยากจะกลับเข้าไปอีก แค่อยากจะบอกว่าหากริจะเป็นนักเขียนแล้วจงตั้งใจสร้างสรรค์ผลงานออกมา แล้วจะพบว่ามันไม่ได้ทำให้ไส้แห้งเลยสักนิดเดียวกับเรทราคามาตรฐานของตลาด Content แบบนี้

หากได้ลองตั้งใจลองมือฝึกหัดกันสักหน่อย จะพบว่าตัวเองสามารถเขียนงานที่มีคุณภาพและทำมันได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น จากเรทราคาต่ำเตี้ยที่รู้จักเมื่อแรกพบ ดูมันกลายเป็นเรทที่สูงขึ้นมาในทันที เพราะความลื่นไหลและการอยู่กับตัวอักษรตลอดทั้งวัน จนเราสามารถกลายเป็นมืออาชีพในงานเขียนได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ตอนนี้เวลาผ่านไปนานมากแล้ว คงไม่ผิดที่นักเขียนคนนี้จะหันมา “หน้าเงิน” บ้าง ตัวอักษรสร้างงานและเงินให้ฉันได้พอประทังชีพไม่เข้าขั้นไส้แห้ง ที่จะบอกกล่าวแก่นักเขียนมือใหม่ทั้งหลายคือความหมายของการเขียน – จิตวิญญาณที่เราใส่ลงไปในตัวอักษรที่บรรจงเคาะลงบนแป้นพิมพ์จะให้ผู้อื่นสามารถซึบซับได้ถึงความรู้สึกของเราที่แทรกตัวเข้าไปด้วย

หากไม่เชื่อลองเขียนมันออกมาจากหัวใจ แล้วจะพบว่าตัวอักษรเหล่านั้นมันมีชีวิต ลิงโลด
และบาดลึกคมคายจนหลายคนขนลุกชันด้วยพลังที่ปลุกเร้าบางอย่างในตัว

การก้าวเข้ามาเป็นนักเขียนตามนิยามที่ใครแล้วแต่จะเรียกในรูปแบบนี้ ยังไงฉันก็ยังยืนหยัดว่าฉันคือ “นักเขียน” อยู่ดี เพราะมันใช้สมอง ไอเดีย ความคิด และการเชื่อมโยงถ้อยคำให้กลายเป็นเรื่องราวที่เข้าถึงผู้อ่านได้เฉกเช่นนักเขียนจริงๆ คนอื่น

แม้จะไร้นาม แต่บางครั้งที่ได้เห็นคนกด Like หรือกด Share ก็เป็นความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองอยู่ไม่น้อย และคงไม่กระวีกระวาดไปประกาศให้โลกรู้ว่า

“นี่ๆๆๆ มันเป็นบทความที่ฉันเขียนขึ้นมานนะ”

แต่เราจะสร้างสรรค์ผลงานอยู่เบื้องหลังอย่างเงียบๆ พร้อมกับความสุขที่ได้เห็นผู้คนเข้ามาสัมผัสอักษรของฉัน ละเลียดสายตาอ่านอย่าเมามันส์ นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับการทำ
หน้าที่เป็น “นักเขียนไร้นาม”

“แด่นักเขียนทุกท่านที่มีไฟฝัน ลงมือบรรเลงเพลงอักษรกันได้แล้วค่ะ”

About น้องแยม แอดมินเวบ

View all posts by น้องแยม แอดมินเวบ →

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *