ไฟป่าปั่นป่วน : บทบรรณาธิการ

ไฟป่าปั่นป่วน – ความพยายามแก้ปัญหาไฟป่า หมอกควันพิษ และฝุ่นละอองที่ภาคเหนือ มีหลายฝ่ายหลายคนให้ความเห็นและแนวทางแก้ไขมากขึ้น โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในช่วงนี้ เพราะเห็นว่าสถานการณ์วิกฤตขึ้น อันตรายจากการสูดควันสะสมเข้าไปมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพมากขึ้น

เช่น มีนักวิชาการและนักการเมืองเสนอว่า รัฐบาลควรประกาศเขตพื้นที่ภัยพิบัติ เพื่อจะให้ได้กำลังคนและงบประมาณจากส่วนกลางมามากขึ้น เพราะลำพังท้องถิ่นตอนนี้ไม่สามารถรับมือได้ ขณะเดียวกันต้องเร่งการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านเรื่องการเผาไร่ เร่งจัดหาอุปกรณ์ป้องกัน

แต่ข้อวิตกของภาครัฐกลับเป็นเสียงเรียกร้องให้แก้ไขปัญหา

จากสถานการณ์นี้ไฟไหม้ป่าทั้งในประเทศและพื้นที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านเกินกว่า 1,000 จุด มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 3,000 จุด รัฐบาลระบุว่าได้ปรึกษาหารือกับประเทศเพื่อนบ้านไปแล้ว แต่ยังไม่มีผลการปรึกษาหารือที่เป็นมาตรการแจ้งประชาชนว่าได้รับความร่วมมืออย่างไร

เช่นเดียวกับที่แจ้งว่า รัฐบาลทำอย่างเต็มที่แล้ว แต่เมื่อปัญหายังเกิดขึ้นและบางพื้นที่เกิดซ้ำ จึงควรต้องประเมินผล และหามาตรการใหม่หรือเสริมว่าจะบรรเทาปัญหาลงได้อย่างไร

กรณีที่รัฐบาลระบุว่า ไฟไหม้ป่าส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากไฟป่าอย่างเดียว แต่เกิดเพราะถูกจุดขึ้น จึงขึ้นอยู่กับว่าเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่ป้องปรามอย่างไร และต้องปรับแก้อย่างไรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

จากที่ข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่เผยแพร่ทั่วไป ว่า ภาวะโลกร้อนและปรากฏการณ์เอลนีโญ จะทำให้ปีนี้สภาพอากาศแล้งมากขึ้น จึงต้องมีการเตรียมพร้อมทั้งในส่วนของไฟป่าธรรมชาติ และไฟที่เกิดจากภาคเกษตรกรรม

เช่นเดียวกับสถานการณ์ฝุ่นละอองและควันในภาคเหนือที่สร้างความกังวลให้กับนักท่องเที่ยว จนคาดว่าจะส่งผลต่อการท่องเที่ยวช่วงหยุดเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ก็ต้องมีมาตรการแก้ไขและบรรเทาผลกระทบด้านลบให้ได้

การแสวงหาข้อมูลเพื่อประมวลผล ให้มีมาตรการออกเป็นหน้าที่หลักของรัฐบาล ไม่ควรมัวหวาดระแวงว่าใครหวังจุดไฟเพื่อปั่นป่วนรัฐบาล เพราะผู้ที่ถูกปั่นป่วนแท้จริงคือประชาชน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *