ไม่สวยหรูเหมือนเก่า! วิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ผลงานแย่ลง

ไม่สวยหรูเหมือนเก่า! วิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ผลงานแย่ลง

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เคยมีผลงานที่สวยหรูกับการคุม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฐานะผู้จัดการทีมชั่วคราว เขาพาทีมชนะได้หลายต่อหลายนัด จนทำให้หลายคนเชื่อว่าเขาคือผู้กอบกู้ที่ทีมต้องการ และนั่นก็ส่งผลให้ “ปีศาจแดง” แต่งตั้งเขาเป็นกุนซือแบบถาวร เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา

   อย่างไรก็ตาม ช่วงที่้ผ่านมาสถานการณ์ของ โซลชา กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ โดยนับตั้งแต่ที่เขาได้รับการเลื่อนขั้นเป็นกุนซือแบบถาวร โซลชา นำทีมลงเล่นไปแล้ว 5 นัดในทุกรายการ แต่ก็พาทีมชนะ 2 เกม และแพ้ 3 นัด

 สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หลายคนสงสัยว่าอะไรที่เปลี่ยนไปจนทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีผลงานที่ย่ำแย่แบบนี้ ซึ่งวันนี้เราก็จะมาวิเคราะห์ถึงปัจจัยที่อาจส่งผลถึงเรื่องนั้นกันว่ามีอะไรบ้าง

 – การเล่นเกมรุกที่น่าผิดหวัง

ไม่สวยหรูเหมือนเก่า! วิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ผลงานแย่ลง

   ในระหว่างวันที่ 22 ธันวาคม ถึง 7 มีนาคมที่ผ่านมา แมนฯ ยูไนเต็ด มีเกมรุกที่โดดเด่น แต่ว่าตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม เป็นต้นมา พวกเขาทำผลงานในเกมรุกได้แย่ลงหลายด้านเมื่อนับเฉพาะเกมลึก ไม่ว่าจะเป็นจำนวนประตู, การยิงตรงกรอบ, การผ่านบอลในแดนของคู่แข่ง

 สิ่งที่ดีขึ้นของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในเกมบุกมีเพียงการเปิดบอลในจังหวะโอเพ่นเพลย์ ซึ่งก็ดีขึ้นแค่นิดเดียวเท่านั้น ส่วนเกมรับถึงแม้จะดีกว่าช่วงระหว่างวันที่ 22 ธันวาคม ถึง 7 มีนาคมที่ผ่านมา แต่มันก็ไม่ได้เป็นผลดีกับพวกเขามากเท่าไหร่

 – ทิ้งระบบ 4-3-3

ไม่สวยหรูเหมือนเก่า! วิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ผลงานแย่ลง

   เมื่อนับเฉพาะในลีกแล้วนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด สามารถเก็บชัยชนะได้เพียง 2 เกมจาก 4 นัดหลังสุด โดยเกมที่ชนะเป็นการเฉือน วัตฟอร์ด กับ เวสต์แฮม ด้วยสกอร์ 2-1 ทั้งคู่ ส่วนเกมที่แพ้เป็นการพ่าย อาร์เซน่อล 0-2 และแพ้ วูล์ฟส์ 1-2

 หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ผลงานของพวกเขาเป็นแบบนั้นอาจจะเป็นเพราะในช่วงเวลานั้น โซลชา ไม่ได้พาทีมออกสตาร์ตในลีกด้วยการเล่นระบบ 4-3-3 แม้แต่นัดเดียว ทั้งที่จนถึงวันที่ 2 มีนาคม ที่ผ่านมา เขาให้ทีมออกสตาร์ตด้วยแผนนี้ถึง 4 นัด

 ถ้าถามว่า 4-3-3 มันมีผลดีต่อ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไง ก็ต้องบอกว่าแผนนี้มันมีส่วนทำให้ ปอล ป็อกบา ทำผลงานได้โดดเด่น เพราะถ้านับตั้งแต่เกมแรกของ โซลชา ในฐานะกุนซือของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ถล่ม คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ 5-1 เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม ที่ผ่านมา จนถึงวันที่ 2 มีนาคม ที่ผ่านมาแล้วนั้น ป็อกบา ได้ยืนทางฝั่งซ้ายบ่อยมาก และช่วยขึ้นเกมรุกให้ทีมได้เป็นอย่างดี แต่หลังจากวันที่ 2 มีนาคม เป็นต้นมา ดาวเตะชาวฝรั่งเศสก็ได้ประจำการทางฝั่งซ้ายน้อยลง จนทำให้ผลงานตกลงไปในระดับหนึ่งด้วย

  ตารางเปรียบเทียบแผนการเล่นในลีกที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ใช้ในตอนออกสตาร์ต นับตั้งแต่ที่ โซลชา มาคุมทีม (อ้างอิงจาก สกายสปอร์ตส์)
  ก่อนถึงวันที่ 2 มี.ค.  ตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. เป็นต้นมา

4-2-3-13 ครั้ง1 ครั้ง
4-3-3  4 ครั้ง0 ครั้ง
4-3-1-22 ครั้ง1 ครั้ง
4-4-20 ครั้ง 1 ครั้ง
3-5-1-1 0 ครั้ง 1 ครั้ง
4-1-2-11 ครั้ง 0 ครั้ง
4-1-4-11 ครั้ง 0 ครั้ง
4-2-2-2   1 ครั้ง 0 ครั้ง

 – อาการบาดเจ็บเล่นงาน

ไม่สวยหรูเหมือนเก่า! วิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ผลงานแย่ลง

แค่เดือนมีนาคมเพียงเดือนเดียว มันก็มีนักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้รับบาดเจ็บถึง 10 คน โดยถ้านับเป็นจำนวนของอาการบาดเจ็บก็เกิดขึ้นถึง 13 ครั้ง ซึ่งคนที่โดนโรคเดี้ยงเล่นงานในช่วงดังกล่าวมีอย่างเช่น อันเดร์ เอร์เรร่า, เนมานย่า มาติช, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล, มาร์คัส แรชฟอร์ด, ลุค ชอว์ และ โรเมลู ลูกากู เป็นต้น

   เรื่องดังกล่าวส่งผลกับการจัดแผนของ โซลชา อย่างมาก เพราะทุกคนทื่พูดถึงในเบื้องต้นต่างก็เป็นกำลังสำคัญของเขา ยกตัวอย่างเช่น เอร์เรร่า ซึ่งเป็นหนึ่งในฟันเฟืองหลักของทีมในยุคของ โซลชา นั้น ลงเล่นในทุกรายการไปถึง 939 นาที เมื่อนับระหว่างวันที่ 22 ธันวาคม ถึงวันที่ 7 มีนาคม อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคมเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน เขาโดนโรคเดี้ยงเล่นงานจนได้ลงสนามเพียง 134 นัดเท่านั้น

   ขณะที่ แรชฟอร์ด ได้ลงเล่นในทุกรายการเพียง 463 นาที เมื่อระหว่างวันที่ 8 มีนาคม จนถึงนัดล่าสุด ทั้งที่ระหว่างวันที่ 22 ธันวาคม ถึง 7 มีนาคม เขาได้อยู่ในสนามถึง 1,172 นาที ส่วน มาติช ได้เล่นไป 1,077 นาที ระหว่างวันที่ 22 ธันวาคม ถึง 7 มีนาคม แต่ระหว่างวันที่ 8 มีนาคมถึงปัจจุบัน เขาก็ได้ช่วยทีมเพียง 256 นาทีเท่านั้น

   พอแข้งเหล่านั้นเจ็บจนต้องพักนานในระดับหนึ่ง โซลชา ก็จำเป็นต้องเปลี่ยนทีมหลายตำแหน่งตามไปด้วย ซึ่งนั่นก็ส่งผลให้ทีมมีผลงานแย่ลง

 ตารางเปรียบเทียบจำนวนนาทีที่นักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด ลงเล่นจากทุกรายการในยุคของ โซลชา
 ระหว่างวันที่ 22 ธันวาคม – 7 มีนาคม  ตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม จนถึงปัจจุบัน

ป็อกบา1,332 นาที 630 นาที
เด เคอา 1,260 นาที     540 นาที
ชอว์ 1,350 นาที450 นาที
ลินเดอเลิฟ1,350 นาที450 นาที
ยัง1,294 นาที  417 นาที
แรชฟอร์ด1,172 นาที  463 นาที
มาติช 1,077 นาที  256 นาที
สมอลลิ่ง540 นาที 630 นาที
ลูกากู 841 นาที  323 นาที
ลินการ์ด698 นาที 389 นาที
เอร์เรร่า939 นาที 134 นาที
โจนส731 นาที   295นาที
ดาโลต์ 499 นาที 434 นาที
มาร์กซิยาล  544นาที380 นาที
แม็คโทมิเนย์  468 นาที 274 นาที
เฟร็ด313 นาที 425 นาที
มาต้า 547 นาที 122 นาที
ซานเชซ511 นาที 10 นาที
เปเรยร่า 415 นาที  72 นาที
ไบยี่ 403 นาที  0 นาที
โรเมโร่ 270 นาที 90 นาที
ดาร์เมียน 91 นาที   0 นาที
วาเลนเซีย 90 นาที0 นาที
โรโฮ0 นาที  88 นาที

About นู๋เบ้น แอดมินเว็บ

View all posts by นู๋เบ้น แอดมินเว็บ →

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *