คลี่ปมไฟไหม้สำเพ็ง-คาด 15 วันรู้ผล สั่งปิดพื้นที่หวั่นตึกข้างเคียงอันตราย

จากกรณี เหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์ สูงกว่า 5 ชั้น ใช้เป็นโกดังเก็บวัสดุของเล่นเด็ก เลขที่ 88 ภายในซ.วาณิช 1 (ตลาดสำเพ็ง) ถ.เยาวราช แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ นานกว่า 4 ชม. โดยขณะเกิดเหตุพบว่า มีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้รับบาดเจ็บจากการช็อกอากาศ 1 ราย ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ต่อมา นายสมบัติ กนกทิพย์วรรณ ผอ.เขตสัมพันธวงศ์ มีคำสั่งให้ปิดอาคารพาณิชย์ดังกล่าวเป็นเวลา 30 วัน พร้อมประกาศเป็นเขตอันตรายห้ามเข้า ตามที่มีการนำเสนอไปแล้วนั้น

 

 

อ่านข่าวเก่า(ระทึกสำเพ็ง! เพลิงไหม้อาคารพาณิชย์-ควันดำพวยพุ่ง นักท่องเที่ยว-ชาวบ้านแตกตื่น)

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 30 ม.ค. นายจักรพันธ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯกทม. พร้อมด้วย ดร.ธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย นายสมบัติ กนกทิพย์วรรณ ผอ.เขตสัมพันธวงศ์ พ.ต.อโชคชัย คณะเจริญ ผกก.สน.จักรวรรดิ และเจ้าหน้ากองพิสูจน์หลักฐาน เดินทางเข้าตรวจสอบโครงสร้างของอาคารดังกล่าวและสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ โดยดร.ธเนศ กล่าวว่า อาคารดังกล่าวเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กอายุกว่า 50 ปี สามารถทนต่อความร้อนได้ในระดับหนึ่ง อย่างน้อยสุด 2 ชั่วโมง มากสุด 4-5 ชั่วโมง ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ตั้งแต่ 2 ชั่วโมงแรก แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าเหล็กสัมผัสกับความร้อนมากแค่ไหน ซึ่งต้องใช้เครื่องมือในการตรวจสอบหาความร้อนที่ยังคงค้างอยู่กับตัวเหล็กและโครงสร้างของอาคาร

 

 

ดร.ธเนศ กล่าวต่อว่า เบื้องต้นทางวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยและกองพิสูจน์หลักฐานจะเข้าไปดูว่าโครงสร้าของอาคารว่าเป็นอย่างไร ถึงขั้นต้องปิดกั้นพื้นที่ห้ามเข้าเลยหรือไม่ และทำการตรวจสอบอาคารข้างเคียงด้วย ว่าจะสามารถเข้าไปขนย้ายสิ่งของได้หรือยัง ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าไปตรวจสอบพร้อมเก็บตัวอย่างหลักฐาน และภาพถ่าย ก่อนนำกลับไปประมวลผลและทำการวิเคราะห์หาสาเหตุ ใช้เวลาประมาณ 15 วัน จึงจะทราบสาเหตุ

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเพิ่มเติมว่า บริเวณโดยรอบจุดเกิดเหตุ ยังคงมีกลิ่นที่เกิดจากการเผาไหม้ คละคลุ้งอยู่ทั่วบริเวณ เนื่องจากด้านบนของตึกเป็นที่เก็บเม็ดพลาสติก เครื่องหนัง ของร้านที่ถูกเพลิงไหม้ นอกจากนี้บริเวณคูหาข้างเคียง ติดกับที่เกิดเหตุเป็นร้านจำหน่ายผ้า พบคนงานกำลังเก็บกวาดภายในร้าน ที่เต็มไปด้วยน้ำและสิ่งสกปรก ถึงแม้เพลิงจะไม่ลุกลามแต่ก็ส่งผลกระทบคือช่วงเกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการลากท่อน้ำเข้าไปเพื่อเป็นทางผ่าน ในการฉีดน้ำสกัดแสงเพลิงจนร้านขายผ้าได้รับความเสียหาย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *